ครอบครัวอารมณ์ดี มิค บรมวุฒิ – เบนซ์ พรชิตา

ครอบครัวอารมณ์ดี มิค บรมวุฒิ – เบนซ์ พรชิตา

บทบาทหน้าจอโทรทัศน์ มิค บรมวุฒิ เบนซ์ พรชิตา รับบทนักแสดงที่หลากหลายบทบาท ส่วนช่วงเวลานอกจอเขาทั้งสอง คือคู่รักที่ผ่านบททดสอบชีวิตคู่ รับบทเป็นคุณพ่อและคุณแม่ในชีวิตจริงของ น้องปริม ด..รัตน์นรี หิรัณยัษฐิติ วัย 7 เดือน (ณ วันสัมภาษณ์) ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่น ทั้งพ่อและแม่อารมณ์ดีดี๊ จะมีวิธีเลี้ยงลูกอย่างไร มาติดตามกันได้เลยค่ะ

เตรียมพร้อม ต้อนรับสมาชิกตัวน้อย

แม่เบนซ์ : เบนซ์เป็นคนไม่เตรียมอะไรเลย คือไม่วางแผนอะไรเลย หลายๆ คนก็แนะนำเบนซ์นะ ว่าอ่านหนังสือก่อนไหม ถ้าลูกเป็นอย่างนี้นะ เราจะได้ทำแบบนี่นะ แต่ว่าตั้งแต่ตั้งท้อง ไม่หยิบหนังสืออ่านเลยนะ

พ่อมิค : ปัญหามันยังไม่มา เราก็ไม่น่าจะไปกังกวล ไปกลัวก่อน

แม่เบนซ์ : เพราะเบนซ์กลัวว่าตัวเองจะเครียด ถ้าอ่านแล้วมันไม่ใช่ 1 2 3 4 อย่างที่อ่านล่ะ เราจะทำยังไง แล้วตัวเองก็เป็นคนที่พร้อมกับทุกอย่างไม่เคร่งเครียดเท่าไหร่ แล้วตอนท้องก็ไม่มีอาการแพ้ด้วย รู้สึกมีความสุขมาก สภาพจิตใจร่างกายดีมาก

พ่อมิค : ตอนแรกมิคอ่ะซื้อหนังสือให้เขาอ่านเลยนะ วางเอาไว้ให้เขาอ่าน ทิ้งไปสักพักเขาก็ยังไม่อ่าน สุดท้ายก็มานั่งนึกได้ว่า พอเราอ่านเราอาจจะเครียดก็ได้ ว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งสิ่งที่เขาเขียนมาจากประสบการณ์เขา นั่งๆ คิดแล้วมิคว่า เรายังไม่เหมือนคนอื่นเลย ลูก 4 คนก็ยังนิสัยไม่เหมือนกันเลย เฮ้ย..เดี๋ยวค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน เพื่อนที่มีลูกแล้วและพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายที่ยินดีจะให้คำแนะนำ หรือหมอที่เราเจอทุกเดือนอยู่แล้วก็จะบอกเราว่า ทำแบบนี้นะ เราก็แค่ทำตามที่เขาบอกก็น่าจะดีแล้ว ก็กลายเป็นอะไรที่ไม่เครียด

แนวคิดการเลี้ยงลูก

พ่อมิค : ไม่มีแนวคิดแต่อย่างใดเลยครับ ขอเรียกว่า เป็นการตั้งเป้าหมายเอาไว้ดีกว่า คือ อยากให้ลูกเป็นคนดี ไม่เอาเปรียบใคร มีสัมมาคาราวะ เป็นที่รักของทุกคนซึ่งอันนี้มิคซีเรียสนะ คือไม่เอานะเด็กสมัยใหม่ที่ไหว้กันไม่เป็น แต่ถ้าเป็นเป้าหมายประเภทเรื่องเรียนนะ ตรงนั้นนะ หรือเรียนอะไร จนป่านนี้ยังไม่ได้คิดเลย แต่ก็ต้องเริ่มแล้วแหล่ะ เพราะเดี๋ยวเขาก็โต ส่วนเป้าหมายชีวิตของเขานั้นไม่มีครับ

แม่เบนซ์ : เรื่องไม่มีพี่เลี้ยงนี่เบนซ์คิดว่าเป็นเป้าหมายที่เราทำได้แล้วหนึ่งอย่าง

การเลี้ยงลูกของคนรุ่นก่อนกับรุ่นใหม่

พ่อมิค : ผมคิดว่า เราโชคดีมากๆ ที่มีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเราเลี้ยงลูก จะสลับวันกันมาดู ทั้งพ่อแม่เรา พ่อแม่ของเบนซ์เองก็ตาม เขามีความปรารถนาดีกับเราและลูก ฉะนั้น ถ้าบางอย่างถึงจะมีวิธีที่ไม่ตรงกันบ้าง เช่น เรื่องการให้อาหารเสริม ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ว่าไม่เป็นอันตราย หรือน่าเป็นห่วง เราก็จะปล่อย

แม่เบนซ์ : ก็มีบ้างค่ะที่บางครั้ง บางเรื่องอาจคิดไม่เหมือนกัน ก็ปล่อยให้คุณแม่ดูแล ให้เขาทำไป เราก็เลี้ยงแบบของเรา คุณแม่จะเลี้ยงในแบบของเขา เบนซ์ไม่ซีเรียส

การทำหน้าที่สามี ภรรยา

พ่อมิค : ผมทำงานคนเดียวครับ

แม่เบนซ์ : เป็นคุณแม่เต็มเวลา เลี้ยงลูกอย่างเดียว ให้นมลูกเอง 24 ชั่วโมงและให้ดูดจากเต้าด้วย (บางคนอาจจะปั๊มออกมาแล้วใส่ขวดให้ลูกดูด) เบนซ์รู้สึกมีความสุขมากเวลาที่ลูกนอนกับเรา กินนมเรา ใครจะบอกว่าลูกกินนมแล้วเต้าจะย้วย เบนซ์ไม่แคร์นะ เพราะไม่ได้กังวลว่าเต้าจะหย่อนยานหรือไม่สวย อยากให้ลูกได้ดูดนมแม่ได้นานที่สุด หรือหลายคนก็บอกว่าไม่ดีนะ เพราะเดี๋ยวเขาจะไม่ยอมนอนเองเขาจะติดเต้าเรา จะมีปัญหาเมื่อเรามีลูกคนที่ 2 ประมาณนี้ค่ะ ก็คิดอยู่ ว่าจะทำยังไงดีเพราะเบนซ์อยากให้ลูกได้กินนมแม่อยู่

พ่อมิค : ผมว่าเป็นเรื่องของการสัมผัส ความรู้สึกที่ดีระหว่างแม่กับลูกที่ได้ใกล้ชิดกัน มองตากัน มิคอิจฉานะ เพราะมิคไม่สามารถทำได้แบบเบนซ์ เรื่องอื่นผมทำได้หมด แค่เรื่องนี้แหละที่เราสัมผัสไม่ถึงเต็มที่

ความรู้สึก 7 เดือนกับการเลี้ยงลูก

พ่อมิค : ก็สนุกดีครับ ผมเลี้ยงลูกเอง ทำเองหมดทุกอย่าง

แม่เบนซ์ : สนุกดี เบนซ์ไม่เหนื่อยเลยนะ คือ แรกๆ หลายคนเขาจะกังวล ขู่เรานิดๆ ว่า เลี้ยงลูกเหนื่อยมากกกกก ซึ่งก่อนจะมีก็กังวลนะ ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงได้ไหม เราจะเป็นแม่แบบไหน จะเลี้ยงยังไง ก็คิดว่าจะมีพี่เลี้ยงสักคนดีไหม แต่พี่มิคบอกว่า เราลองเลี้ยงก่อนดีไหม ยังไม่อยากมีพี่เลี้ยง เบนซ์ก็โอเคลองดูแล้วเราก็มีความสุข ซึ่งก็โอเคไหวอยู่ ทำได้นะ มีอะไรผิดก็ค่อยๆ แก้กันไป ถามเอาก็ได้ ยิ่งเรื่องนมแม่นี่ไม่มีปัญหาเลย โชคดีมากมาตั้งแต่วันแรกทั้งที่ผ่าคลอด แล้วเบนซ์ก็พยายามให้น้องปริมดูดจากเต้าทันที คือ ถ้าเราไม่เคร่งเครียด อารมณ์ดีกับการเลี้ยงลูก ลูกเราก็รู้สึกได้นะ เพราะน้องปริมเลี้ยงง่าย อารมณ์ดีมาก

เหตุผลของการเลือกผ่าคลอด

แม่เบนซ์ : สายสะดือพันคอน้องค่ะ

พ่อมิค : ก็หลอนนะ มารู้ตอนเดือนที่ 7 ครับ ที่รู้ก็เพราะตอนทำโฟร์ดี (อัลตร้าซาวน์ด 4 มิติ) ถึงได้รู้ว่าสายสะดือพันคอน้องเขา จากนั้น คือ ตื่นกันทั้งคืนเลย แต่คุณหมอบอกว่า ตราบใดที่ลูกยังดิ้นก็ไม่เป็นไร ให้สังเกตการดิ้นของลูกเอาไว้ เช่น เวลาแม่กินอะไรเสร็จแล้ว (ไม่เกิน 3 ชั่วโมง) ลูกยังดิ้นปกติ หรือหากผิดปกติอะไรก็ให้รีบมาหาคุณหมอ

แม่เบนซ์ : เบนซ์กลัวนะ แต่ก็ตลกมากเลย เพราะพอรู้คืนแรกเบนซ์ก็ตื่นขึ้นมาเขย่าพุง เรียกลูกๆ กลัวลูกหลับ ลูกไม่ดิ้น ซึ่งหมอบอกว่าอย่าทำเพราะเขาอาจจะนอนหลับพักผ่อนอยู่ เดี๋ยวเด็กจะไม่ได้นอนแล้วเขาก็จะไม่โตค่ะ

เวลาความสุขของครอบครัว

แม่เบนซ์ : เบนซ์คิดว่า ก็ยังคงไม่ทำงานค่ะ เพราะตั้งใจจะเลี้ยงลูก หรือไม่ก็ทำหน้าที่ไปรับ ไปส่งลูกเรียน อยู่กับลูกให้เยอะ มีเวลาให้กับลูกมากที่สุด

พ่อมิค : มิคว่า เรื่องความรักความอบอุ่น เป็นพื้นฐานครอบครัวที่สำคัญกับการเลี้ยงดูลูกของเรา ถ้าครอบครัวไม่อบอุ่นตั้งแต่แรก นั่นคือเขาไม่ได้ความรักตั้งแต่แรก โตขึ้นมาเขาอาจมีปมในใจ แม้เขาจะไม่แสดงออกให้รู้ คือ บ้านผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แม่ผมไม่ทำงาน เลี้ยงลูกเอง บ้านเบนซ์ก็เหมือนกัน คุณแม่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว ตัวมิคเกิดมาไม่เคยมีความลับกับแม่ ทำอะไรผิดก็จะเล่าให้พ่อแม่ฟังเป็นคนแรก คือ รู้สึกว่า เราสามารถปรึกษาพ่อแม่ได้ทุกอย่าง อีกเหตุการณ์ที่จำได้คือ ผมไปถ่ายรายการอะไรสักอย่าง เป็นรายการเกี่ยวกับเด็กนี่แหละครับ ลูกวิ่งชนโต๊ะแล้วเราก็กำลังสัมภาษณ์กันอยู่ ก็เข้าใจว่าตัวเด็กคงจะวิ่งมาหาพ่อแม่ที่เราคุยอยู่ แต่กลายเป็นว่า วิ่งเลยตัดหน้าไป วิ่งไปหาพี่เลี้ยงแทน ภาพแบบนี้มันเห็นชัดมากตั้งแต่ที่เบนซ์ยังไม่ได้ตั้งท้อง

เบนซ์ทำงานมาตั้งแต่เด็ก และเขาชอบงานที่เขาทำ การตัดสินใจเลือกที่จะเลี้ยงลูกตลอดด 24 ชั่วโมงของเบนซ์ ทำให้ผมรู้สึกดีกับเบนซ์มาก มิคคิดว่า หากงานมิคจะงานหนัก มิคจะเหนื่อย จะไม่ว่างเลยก็จะอดทน เพราะรู้ว่าเมื่อกลับมาบ้าน จะได้กลับมาเจอเขาสองคน แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้วครับ

เราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกคงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว อยู่ที่ว่าคนเป็นพ่อแม่จะเข้าใจตัวเอง และใช้เวลาเรียนรู้ไปกับลูกน้อยอย่างเข้าอกเข้าใจ โดยเฉพาะความรัก และความพร้อมของพ่อแม่ที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโตเป็นเด็กน่ารัก อารมณ์ดี และมีความสุขค่ะ